เรื่องสั้นสตอกเกอร์

posted on 15 Nov 2008 08:57 by abjit

ผมสัญญากับเธอเอาไว้ ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน ผมจะติดตามเธอไปจนกว่าจะตาย

เช้าวันนี้ ผมตื่นอย่างงัวเงีย เวลาประมาณตีห้า ผมต้องตื่นมารอเธอเสมอ ผมอาบน้ำ ก่อนจะแต่งชุดคลุม ดูๆไปก็คล้ายนักสืบ ผมออกจากบ้านไปเธอทันที ไม่มีเวลาที่จำเป็นต้องกินข้าวหรืองานที่ผมต้องทำ เพราะผมสัญญาไว้แล้ว ผมจะตามเธอไปชั่วชีวิต

เวลาประมาณเจ็ดโมงเช้า เธอออกจากบ้าน ผมรีบเดินตามข้างหลังเธอทันที แต่เธอไม่ยอมหันมาทักผมเลย ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอโกรธอะไรผมหรือเปล่า ผมยังมุงหน้าตามเธอไป แต่เหมือนเธอจะเดินเร็วเหลือเกิน ผมตามไม่ทันไรเธอก็ละสายตาไปแล้ว

ผมยังไม่ยอมหยุดแค่นั้น ไม่ว่าอย่างไร วันนี้เธอจะต้องอารมณ์ดีเหมือนเดิมแล้วมาพูดกับผมให้ได้ ผมนั่งแท็กซี่ไปรอที่ที่ทำงานขอเธอก่อนเวลา ตอนนี้เจ็ดโมงสามสิบสอง ผมนั่งรอจนเวลานี้ก็ แปดโมงแปดนาที สงสัยว่าเธอจะมาทำงานสาย ทั้งที่เธอก็ออกจากบ้านเวลาปกตินี้หน่า เอ๊ะรึว่า!?!

เธออาจจะโดนทำมิดีมิร้าย!!

ผมคิดได้ดังนั้นจึงรีบวิ่งย้อนไปยังทางที่เธอเดินมาประจำ ผมวิ่งลอดเลาะอย่างชำนาญ สายตาสอดส่องมองหาเธอคนนั้น ในสมองผมก็คิดมองหาจุดอับที่เธออาจจะโดนจับไปทำมิดีมิร้าย

แปดโมงสี่สิบสาม

ผมตามหาเธอไม่เจอ

เก้าโมงสามสิบนาที

เธอกลับนั่งอยู่ที่ที่ทำงานของเธอ ผมคิดว่าเธอคงโดนพลเมืองดีช่วยเอาไว้ขณะที่จะโดนทำมิดีมิร้ายระหว่างเดินทางมา ผมโล่งอกขึ้นเยอะเลย ถึงเธอจะมาทำงานสาย อย่างน้อยเธอก็ไม่เป็นอะไร

"ไม่มีกิจ ห้ามเข้า" ป้ายใบเดียวที่ทำให้ผมสะดุดอยู่หน้าแผนกที่เธออยู่ ผมอยากจะถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของเธอจังเลย คงไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่าวิธีนี้

"ส่งนี้นี้ให้หล่อนด้วยครับ" ผมยื่นจดหมายสีชมพูฉบับหนึ่งให้ชายคนหนึ่งที่เดินผ่านผมหน้าแผนก ท่าทางเขาจะทำงานอยู่แผนกเดียวกับเธอ ผมคอยดูจนเธออ่านจดหมาย ผมหุบยิ้มไว้ไม่ไว้ ผมเผยยิ้มออกมา เหมือนเธอเหลือมามองผมด้วย แต่พอผมหันไปหาเธอ เธอก็ทำเป็นหลบผม ผมหัวเราะในใจ

หวังว่าเธอคงอารมณ์ดีขึ้น จากเมื่อเช้าที่ไม่พูดกับผมเลย

                สิบโมงสิบหก ผมเดินออกจากที่ทำงานของเธอไปทำธุระส่วนตัวก่อน เธอเห็นผมนานๆเธอคงจะทำงานไม่สะดวก แล้วก็อาจจะรำคาญผมจนโมโหกว่าเหมือนเช้าก็เป็นได้

            ผมใช่เวลาหนึ่งชั่วโมงสามสิบเจ็ดนาที ทำธุระส่วนตัวจนเสร็จแล้วมาหาเธอ นี้คงเป็นเวลาพักเที่ยง  ผมเดินมาหน้าแผนกที่เธอทำงาน กำลังจะมาทักทายเธอแต่ผมก็สะดุดอยู่ที่หน้าป้ายเดิม เพราะว่าผมผมเห็นชายหน้าตี๋คนหนึ่งกำลังยืนคุยกับเธออย่างออกรสออกชาติ ผมพยายามคิดว่าคนๆนั้นเป็นแค่เพื่อนหรือคนรู้จัก แต่ เขาทำบางอย่างที่ผมไม่คาดคิด เขามอบแหวน แหวนเพชร ผมล้มลงคุกเข่าอยู่ตรงนั้น น้ำตาเริ่มไหลริน  ผมเหมือนตัวตลกที่เดินตามเธอมาตลอด

                ทั้งที่เธอมีผมอยู่ แต่เธอกลับทำแบบนี้ ประชดเหรอ? ทำไมกัน?  ผมเริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่ ผมร้องตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง

                ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!”

            ผมทั้งร้องไห้แล้วตะโกนสติของผมเริ่มล่องลอยไปกับภาพที่รปภ.นำเอาตัวผมออกไป          

..

.

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง หญิงสาวลุกขึ้นจากเตียงนอน เวลาหกนาฬิกา เธอเริ่มตื่นมาทำกิจวัติประจำวันอย่างที่เคยทำ เธอคือนุช พนักงานบริษัทเครื่องสุขภัณฑ์แห่งหนึ่ง แต่ช่วงนี้หัวหน้าแผนกรู้สึกว่าเธอแปลกๆไป เธอระหวาดระแวงตลอดเวลา หัวหน้าเคยเรียกเธอไปถามหลายต่อหลายครั้ง แต่เธอปฏิเสธว่าไม่มีอะไร จนกระทั่งวันนี้

เวลาเจ็ดนาฬิกา เธอเดินออกมาจากบ้านของตัวเอง เธอรู้สึกเหมือนไม่ได้เดินคนเดียว มีเสียงรองเท้าหนังเดินตามเธอมาด้วย

ไอ้นั้นตามมาอีกแล้ว เธอคิดในใจ ช่วงสองสามสัปดาห์นี้มีคนโรคจิตสะกดรอยตามเธอมา แต่ตามได้ถึงแค่ที่ทำงานมันก็หยุดตาม แต่พอเดินกลับบ้าน มันยังตามมาอีก เธอระแวงจนตอนไม่อิ่มมาร่วมสิบกว่าวันแล้ว

เธอเริ่มสาวเท้าเร็วขึ้น เพื่อเดินหนีมัน ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นและคนที่เดินขวักไขว่ไปมาสามารถบังตาได้ เมื่อเธอมองไปอีกครั้งปรากฏว่ามันได้หายไปจากสายตาแล้ว

เฮ้อ เธอถอนหายใจ แสดงอาการโล่งใจ

แต่เธอยังอยากไปให้ถึงที่ทำงานเร็วกว่านี้ อีกทั้งยังกลัวมันตามมาทัน เธอตัดสิ้นใจเรียกรถแท็กซี่

มือขวาของเธอกางออก โบกเป็นจังหวะๆ แล้วเธอก็ขึ้นรถสีเหลืองแถบเขียวไป

 

เวลาเจ็ดนาฬิกายี่สิบเก้านาที

เธอถึงหน้าตึกที่ทำงาน เธอรีบเข้าที่ทำงานทันที โดยไม่ทันสังเกตเห็นมันในรถสีฟ้าแถบแดงที่อยู่ห่างไปสองร้อยเมตร

 

เวลาช่วงเช้าของการทำงานผ่านไป เธอพยายามไม่นึกถึงมันในขณะทำงาน ในขณะที่งานกำลังผ่านไปอย่างราบลื่น เธอก็เหลือบไปเห็น….

มันมันอีกแล้ว!!

มันอยู่หน้าแผนกที่เธอทำงานอยู่ ท่าทางลับๆล่อๆ เหมือนกำลังเขียนอะไรบนผนังอยู่ เธอเริ่มเสียสมาธิในการทำงาน สายตาล่อกแล่กของเธอบ่งบอก ความคิดเธอเริ่มโดนบดบังโดยภาพของมัน

คุณนุช ชายคนนั้นให้เอานี้มาให้..” เปิ้ลพนักงานใหม่หน้าตี๋ยื่นซองจดหมายสีชมพูมาให้ ชายคนที่อยู่หน้าแผนกให้มามือของเธอยื่นไปรับ ในหัวก็คิดว่าจะเอาจดหมายนี้เป็นหลักฐานไปแจ้งความดีมั๊ย เราจะรับมือกับไอ้โรคจิตนี้อย่างไรดี?

เธอเหลือบไปมองเขาอีกครั้ง แต่พอเขาหันมาจะสบตา เธอหันหลบทันใด เธอเห็นเขายิ้มแบบแอบจิตด้วย เธอยังทนต่อไปอยู่ตราบใดที่ยังเป็นเวลางาน เลิกงานเมื่อไรเธอจะไปแจ้งความทันที

 

เวลาสิบเอ็ดนาฬิกาสามสิบห้านาที

นุชครับพีทพนักงานบัญชีเข้ามาทักเธองานเป็นไงบ้างครับ?

ก็เรื่องๆค่ะ…” นุชตอบไปตามมารยาท

พีทก็ทำงานร่วมกับเธอมาสองปีกว่าแล้ว ความสัมพันธ์ของเขาและเธอก็เรียกได้เลยว่าแฟน แม้นุชจะไม่คิดอะไร แต่พีทก็แทคแคร์นุชตลอดมา แต่ช่วงนี้พีทเริ่มสนใจนุชมากขึ้น ไม่แน่ใจเป็นเพราะอะไร

นุช…”น้ำสียงของพีทเริ่มอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นุชเริ่มรู้แปลกๆ

มีอะไรเหรอค่ะ?นุชรู้ว่ามีบางอย่างที่พิเศษมากๆ ที่พีทกำลังจะให้

แต่งงาน….” พีทสูดลมหายใจลึกๆ แต่งงานกับผมเถอะ!”

?!?!?

ความงุนงงตกอยู่ที่นุช มันเร็วเกินไป เธอยังไม่ทันตั้งตัว ยังไม่พร้อม ยังไม่แต่งงาน ยังไม่ฮา มาเล่นมุกทำไมตอนนี้ นุชอ้ำอึงไปชั่วขณะ ก่อนที่นุชจะเอ่ยปากก็โดนขัดด้วย

ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!”

นุชและพีทหันไปตามเสียง นุชม่านตาหดลงทันที

ไอ้บ้านั้นอีกแล้ว!

คราวนี้มันเป็นบ้าอะไรอีกทำไมมาร้องโวยวายอะไรหน้าแผนก แต่เธอก็ละความสนใจทันทีที่รปภ.มา เธอหันไปหาพีทสบตาก่อนที่จะเอ่ยถาม

แต่คุณต้องสัญญาว่าคุณจะต้องปกป้องฉัน

ผมจะปกป้องไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่..”

               

วันต่อมา

นุชมาถึงที่ทำงานเวลาเจ็ดนาฬิกายี่สิบนาที มีตำรวจมามุงฝั่งตรงข้ามของที่ทำงาน ดูเหมือนมีการฆาตกรรม เธอเห็นรอยเลือด รถร่วมกตัญญูกำลังเข็นศพที่ปิดหน้าขึ้นรถ แต่เธอสังเกตเห็นชุด เสื้อคลุมนั้น  คนโรคจิตที่สะกดรอยตามเธอโดนฆาตกรรม?!? เกิดอะไรขึ้นกันแน่?!?

เธอละจากสถานที่เกิดเหตุไปยังที่ทำงานของตน น่าแปลก.. ทำไมเงียบจังเหมือนยังไม่มีใครมาเลย

เธอสังเกตเห็นพีทนั่งก้มหน้านิ่งที่ที่นั่งของเขา เธอเดินเข้าไปทักทันที

อรุณสวัสพีท

พีทยังก้มหน้านิ่ง

คือเรื่องเมื่อวานอ่า…” นุชเว้นคำพูด ที่บอกว่าจะปกป้องฉัน…”

หือ??พีทส่งเสียงบอกว่าสงสัย แต่ยังก้มหน้าอยู่

ช่วยปกป้องฉันจากพวกโรคจิตที่ตามฉันด้วยนะ…” นุชไม่ได้หมายถึงมันที่โดนฆาตกรรมไป แต่เธอต้องการความปลอดภัยในครั้งต่อๆไป

ผมจัดการมันไปแล้วดีแล้วที่มันไม่แย่งคุณไปจากผม

หือ? นุชสงสัยกับคำพูดที่แปลกๆของพีท พีท คุณเป็นไรรึเปล่า เสียงคุณแปลกๆไป..” นุชวางมือบนไหล่ของพีท

แหมะ

นุชสัมผัสกับเหลวเปียกๆ สีแดง เลือด!!

พีท!! คุณเป็นอะไร?! ทำอะไรมาเลือดเต็มไปหมดเลย

นี้ ไม่ใช่เลือดผม เลือดเจ้าเลวนั้น…” พีทเงยหน้าขึ้นมา ไม่ใช่พีทสิ มัน!! มันที่แอบตามเรามาตลอด อยู่ในชุดของพีท รอยเลือดนี้อย่าบอกนะว่า

ผมฆ่าไอ้เวรนั้นไปแล้ว ไม่ต้องห่วง มันไม่มีทางมาทำอะไรคุณได้อีก

แก มันไอ้โรคจิตนั้น!!ไอ้สตอกเกอร์!!”

จะไม่มีใครแอบตามคุณอีกแล้ว คุณจะมีแค่ผมอยู่เคียงข้าง เพราะอะไรน่ะหรือ? ก็ผมสัญญาไปแล้วไง ผมจะติดตามคุณไปตลอดชีวิต…”

 

มันเป็นใคร? มาจากไหน? มาขโมยเธอไปจากผมได้ยังไง? ผมจะเอาเธอกลับมาไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม ทำไมน่ะเหรอ? ก็ผมสัญญากับเธอไว้ไง

วันนี้ผมรอเธอที่ที่ทำงานขอเธอตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า แต่เธอไม่มา ทำไมกัน? หรือเธอไปกับไอ้หน้าตี๋นั้น มันดีต้องไหน ผมไม่เข้าใจ มันดีขนาดเธอยอมทิ้งผมไปหามันเลยเหรอ?

ผมจะไม่ยอมเด็ดขาด ถ้าผมเจอมัน ผมจะเข้าไปถามดีๆ แต่ถ้ามันพูดจากวนบาทามาผมจะชกมัน แล้ว แล้วจะฆ่ามัน แล้วข่มขืน ไม่ดีๆ มันบาป ผมแค่ทำให้มันหายไปจากชีวิตของเธอก็พอ

มันมาแล้ว มันมาเพื่อดักรอเธอแต่เช้า มันคิดมิดีมิร้ายกับเธอ ผมจะช่วยเธอเอง

ผมย่างเท้าไปหามันค่อยค่อยย่อง ในมือผม.. มีเหล็กแหลมๆด้ามจับเป็นไม้ ผมกำด้ามที่เป็นไม้ แล้วเอาด้านที่เป็นเหล็กรูดคอของมันซะ

จู่ๆ มันก็ล้มกองลง ของเหลวสีแดงไหลออกมาไม่หลุด มันชักดิ้นชักงออยู่ไม่กี่วิก็แน่นิ่งไป ผมจัดการถอดสูทมันมา สูทสีดำที่เลือดของเหลวสีแดง แล้วผมก็เปลื้องผ้าของผมซะ หึหึหึหึ

ผมลงมือทันที มันไม่มีท่าที่ขัดขืนเลย ท่าทางจะชอบหละสิ ผมถอดเสื้อผ้ามันเสร็จแล้วก็เปลี่ยนมาใส่ เอาของผมไปให้มันใส่ แล้วผมก็ไปนั่งรอเธอในออฟฟิศ

อ่านเสร็จแล้วขอคอมเม้นต์ด้วยครับ 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry